ห่างหายไปกว่า 10 วัน จะแก้ตัวว่าไม่ได้เป็นโรคดองบล้อกคงไม่ได้แล้ว
แต่การดองมีสาเหตุเล็กน้อยครับ เพราะตอนนี้ซุ่มทำโปรเจ็คอยู่
ใครชอบอ่านบทความเนื้อหาโดนๆ ข้อมูลแน่นๆ รออีกสามเดือนครับ
รับประกันว่า คุณจะมองโลกของการทำงานกินเงินเดือนเปลี่ยนไปแน่นอน

+++

เมื่อวาน ผมเห็นสเตตัสนี้ใน Facebook แล้วเกิดอารมณ์
....เกิดอารมณ์อยากเขียนรุนแรงมาก ลองอ่านกันดูก่อนนะ

 
 
อ่านจบแล้วคิดอย่างไรกันบ้างครับ?
สำหรับผม เรื่องนี้มีประเด็นให้ขบคิดมากมาย
ประเด็นที่แออัดในสมองนี่เองที่ทำให้ผมคันนิ้วอยากเขียนเป็นที่สุด

เมืองไทยคือสวรรค์สำหรับคนมีเงิน
..งั้นก็ต้องเป็นนรกสำหรับคนไม่มีเงินใช่หรือไม่?
คนมีเงินไม่เคยสนใจหรอกว่านโยบายสาธารณะจะเป็นเช่นไร
เราจะมีระบบรถราง รถไฟความเร็วสูงหรือไม่เพราะอย่างไรเค้าก็ใช้เครื่องบินอยู่ดี
ข้าวแกงจะจานละสี่สิบหรือห้าสิบบาทก็ไม่กระเทือน
ปกติคนมีเงินก็กินข้าวเที่ยงที่ฟูจิ ทานอาหารเย็นที่ซิซเลอร์
ดื่มกาแฟที่สตาร์บัค เปิดไวน์ขวดละเป็นพันทานได้สบาย
 มาม่าแพง? เบียร์แพง? ข้าวแพง? บุหรี่แพง? ...ใครจะสน
ดังนั้นไม่ว่าระบบต่างๆของสังคมจะบัดซบเยี่ยงไร
เราจะมีรถไฟที่ล้าสมัยเพียงไหน ข้าวแกงจะจานเท่าไหร่
ระบบการศึกษาห่วยแตกอย่างไร มีแต่คนไม่มีเงินเท่านั้นแหละครับที่ได้รับผลกระทบ
...คนมีเงินไม่เคยเข้าใจหรอกว่า คนไม่มีเงินต้องเจออะไรมาบ้าง

แน่นอนเมื่อคุณไม่เคยเจอ คุณก็ไม่มีทางรับรู้ปัญหาของพวกเรา
เรื่องจริงที่ต้องยอมรับคือเรามีแต่คนมีเงินบริหารประเทศ
เพราะคนไม่มีเงินคงยากจะเป็นกลุ่มคนระดับผู้นำได้
ไม่ได้หมายความว่าต้องซื้อสิทธิ์ขายเสียง ใช้เงินเยอะ
แต่คนหาเช้ากินค่ำใครเล่าจะมีเงินและเวลามากพอ
ที่จะเอาไปทุ่มเทเพื่อสวนรวมได้?

ปัญหาก็คือคนแก้ปัญหา(คนมีเงิน)ไม่เคยรับรู้ปัญหา(ของคนไม่มีเงิน)
ด้วยเหตุนี้อย่าแปลกใจว่าทำไมประเทศเราแมร่งพิกลพิการ
คนบางกลุ่มพูดได้เต็มปากสิว่าเมืองไทยน่าอยู่ ..เพราะเงินหนาพอ
แล้วคนที่ไม่มีเงินอย่างเราๆจะพูดได้เต็มปากไหมว่าเมืองไทยน่าอยู่
เราต้องผจญกับรถเมล์ร้อนๆ การรักษาห่วยๆ การศึกษาที่คุณภาพมากๆ
คนที่ไม่มีเงินหนาพอจะพูดว่าเมืองไทยน่าอยู่อย่างเต็มปากได้อย่างไร?

"ถ้าประเทศอื่นมันน่าอยู่กว่า ก็ไสหัวไปอยู่ประเทศอื่นไป"
น่าแปลกที่คำกล่าวเยี่ยงนี้ ผมได้ยินจากปากคนที่บอกว่าเมืองไทยน่าอยู่เสมอ
...และแน่นอนคนกลุ่มนั้นมีเงิน
ความน่าปวดหัวของการรู้สึกว่าประเทศเราน่าอยู่ก็คือ
เราพอใจในสิ่งที่เราเป้นแล้ว เราไม่จำเป็นต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือ ส่งตามสายเคเบิลใดๆแล้ว
เมื่อเราไม่พัฒนา ในขณะที่โลกหมุนไป ทีนี้ละครับความล้าหลังจะบังเกิด
เมื่อคนที่มีเงินและเป็นกลุ่มคนระดับผู้นำคิดว่าประเทศนี้"ดี"พอแล้ว น่าอยู่พอแล้ว
เค้าไม่ต้องพัฒนาอะไร เมื่อไม่ต้องพัฒนาอะไร งบประมาณที่มีจะไปไหน
...ก็ปรนเปรอกันสิครับ(ฮา)
ใจจริงผมไม่ได้อยากได้นักการเมืองใหม่หรือพรรคใหม่ ผมแค่อยากได้ผู้นำที่คิดว่าเมืองไทยไม่น่าอยู่บ้าง
มีแต่คนที่รู้ว่ามีปัญหา คนพวกนั้นถึงจะอยากแก้ปัญหา
 แล้วพวกคุณละครับคิดเห็นอย่างไร?
เมืองไทยเราน่าอยู่แ้ว ไม่ต้องปรับปรุงพัฒนาอะไรหรือไม่?
...ขอเชิญแสดงความเห็นครับ 

edit @ 15 May 2012 18:29:11 by 2521luck

เคยรู้สึกไหมครับว่า ชีวิตเรามีแต่"ความจำเป็น"?
จำเป็นต้่องเรียนให้จบ 12 ปี
จำเป็นต้องเรียนให้จบมหาวิทยาลัยดีๆ
จำเป็นต้องทำงานให้ได้เงินเดือนสูงๆ
จำเป็นต้องมีเงินเก็บสำรองไว้เวลาป่วยไข้
จำเป็นต้องมีบ้านเป็นของตัวเอง
จำเป็นต้องมีรถเพื่อใช้ขับไปทำงาน
จำเป็นต้องมีโทรศัพท์มือถือดีๆซักเครื่องเพราะโลกมันเปลี่ยนไป
จำเป็นต้องก้าวหน้าในงานเพื่อที่ชีวิตจะได้ประสบความสำเร็จ
 ...จำเป็น จำเป็น และ จำเป็น
 


ผมรู้สึกว่า เรื่อง"ความจำเป็น"เป็นเรื่องตลกที่ไม่มีใครหัวเราะกับมัน
ฟังไม่ผิดครับ ผมพูดว่ามันเป็นเรื่องตลก
เพราะ"ความจำเป็น"ที่เราให้ค่ามันราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตายนั้น
พอเอาเข้าจริงๆ มันดันไม่มีเรื่องไหนจำเป็นซักเรื่อง
เราทำราวกับชีวิตเราเต็มเปี่ยมไปด้วย"ความจำเป็น"เราทำทุกอย่างเพื่อมัน
แต่พอถึงเวลาเรากลับพบว่ามันไม่"จำเป็น"จริงๆซักเรื่อง
...มันน่าตลกไหมครับแบบนี้?

ถ้ามีใครซักคน(โดยเฉพาะหัวหน้างาน)บอกคุณว่า
เรา"จำเป็น"ต้องทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน เข้างาน 7 โมงเช้า เลิกงาน 1 ทุ่ม
ถ้าไม่อย่างนั้นเราจะไม่ก้าวหน้า ไม่มีโอกาสเลื่อนขั้น ไม่มีเงินเดือนสุงๆ
ดังนั้นการทำงานให้หนักเข้าไว้ ถือเป็น"ความจำเป็น"ถูกไหมครับ?
เมื่อใช้คำว่า"ความจำเป็น"แล้ว คุณจึงไม่สิทธิ์ ป่วย สาย ลา ขาดได้
แต่ถ้าเกิดคุณมีเหตุที่จำเป็นยิ่งกว่าละ? เช่น ลูกป่วย แม่ไม่สบาย หรือคุณประสบอุบัติเหตุ
ไอ้สองข้อแรกอาจไม่กระทบมาก แต่ไอ้ข้อหลังนี่ไม่แน่
สมมติว่าคุณเจอเรื่องที่ทำให้คุณต้องลางานซัก 3เดือน 6เดือน
คุณทุ่มเทขนาดไหน บริษัทก็รู้ แต่ บรนิษัทไม่สามารถดำเนินงานดดยขาดตำแหน่งใดยาวนานได้หรอก
เมื่อคุณกหายดี บริษัทให้คุณออกพร้อมจ่ายเงินชดเชย
คุณสร้างตัวกับบริษัทนี้มากว่า 4-5 ปี เรียนจบมาเพื่อเข้าทำงานสายนี้โดยตรง
แต่คุณกลับหมดโอกาสที่จำงานในตำแหน่งที่คุณต้องการอีกต่อไป
จะไปหาที่ทำงานใหม่ในตำแหน่งเดิม ที่เงินเดือนดีเท่าเดิมก็ไม่มีอีก
...ชีวิตคุณถือว่าจบสิ้นไปเลยไหมครับ? 
 
ผมคิดว่าหลายๆคนคงจะตอบว่า"ไม่จบ"
ชีวิตมันอาจจะ"แย่ลง"ไปบ้างแต่เราก็ยังมีลมหายใจ มีความสามารถอยู่เรายังเริ่มใหม่ได้เสมอ
แค่ตกงาน เราไม่ได้จบสิ้นทั้งชีวิต เรื่องนี้เราทุกคนต่างก็รู้ดี
และถ้าเรื่องไหนที่เราขาดไปแล้ว ชีวิตเราไม่ได้จบสิ้นหรือตายลง
สิ่งเหล่านั้น มันก็ไม่น่าใช้คำว่า"จำเป็น"นะว่าไหม?
หลายเรื่องในชีวิตเราน่าจะใช้คำว่า"ควร"มากกว่า"จำเป็น" เช่น 
เรา"ควร"เรียนให้จบป.ตรีมหาวิทยาลัยดีๆ แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
เรา"ควร"ได้งานที่เงินเดือนดี แต่ถ้าเนื้อหางานมันบัดซบนัก ใช้งานหนักนัก
เอางานเงินเดือนน้อยกว่า แต่ทำแล้วสบายกาย สบายใจมากกว่าก็น่าจะดี
เรา"ควร"มีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ถ้ามันแพงบรรลัย เช่าเอาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร
แถมเกิดน้ำท่วม บ้านเช่า เราก็ย้ายที่ได้ไม่ต้องจมจ่อเหมือนเราซื้อเอง

สิ่งที่น่าขำที่สุดของ"ความจำเป็น"ในยุคปัจจุบันคือ
หลายๆเรื่องที่เราคิดว่า"จำเป็น"ดัน"ไม่จำเป็น"
แต่บางเรื่องที่ดูเหมือน"ไม่จำเป็น"ดันเป็นเรื่องที่"จำเป็น"ซะอย่างงั้น
เช่น เราทำงานหนักเก็บเงินไว้เผื่อเวลาป่วยไข้ 
แต่ถ้าเราทำงานน้อยลงแล้วออกกำลังกายมากขึ้น เราก็ไม่ต้องจ่ายเงินตรงนี้แล้ว
เราคิดว่าเงินที่มากเป็นสิ่ง"จำเป็น"แต่เราดันคิดว่าสุขภาพ"ไม่จำเป็น"
เราเรียนหนัก กว่า 4 ปี ในรั้มหาลัย เรา"จำเป็น"ต้องทำงานให้ตรงสายกับวิชาที่เรียนมาเท่านั้น
แต่ถ้าเรายอมทิ้ง 4 ปีนั้นไป แล้วทำงานตามใจที่เราอยากทำ
เราอาจไม่ต้องเสียเวลาอีก 40 ปีกับงานที่เราไม่รักก็ได้
เราคิดว่าการใช้ความรู้ที่เรียนเป็นเรื่อง"จำเป็น" แต่เราดันคิดว่าเสียงเรียกร้องในใจของเรา"ไม่จำเป็น"
 


ในโลกใบนี้เรา"จำเป็น"ต้องคิดให้มากขึ้น
มากกว่า"จำเป็น"ต้องทำตามคำสอนของพ่อแม่ครูอาจารย์เพียงอย่างเดียว
วิธีการเดิมๆที่เคยได้ผลในอดีต อาจกลายเป็นหนทางสู่หายนะแล้วในปุัจจุบัน
เช่น วิศวโยธาที่เมื่อก่อนซัก 20 ปีที่แล้ว คุณจบมานี่เงินเดือนระดับเทพ
แต่ปัจจุบันเทพเหมือนกันแต่โดนหารไปเยอะ เพราะเด็กจบมาแย่งงานกันเอง
ถ้าคุณบอกว่าการคิดให้มาก คิดให้ลึก คิดให้ซึ้ง"ไม่จำเป็น"
ชีวิตคุณจะเจอเรื่อง"จำเป็น"อีกเยอะครับ
...เยอะจนคุณรับมือแมร่งแทบจะไม่ไหว
 
คำว่า"จำเป็น"เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะ ทันทีที่คุณยกเรื่องนี้มาพูด
มันจะประหนึ่งคุณกำลังดูถูกเหตุผลของคนอื่นอยู่ในตัว
เพราะเค้าบอก"จำเป็น" คุณบอกว่า"ไม่จำเป็น" แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการบอกคนอื่นว่า"ผมถูก คุณผิด"
กราบเรียนว่าผมไม่ได้ดูถูก"ความจำเป็น"ของใครทั้งสิ้น แต่บทความนี้แค่อยากให้ทุกท่านคิดให้มากขึ้นว่า
สิ่งที่พร่ำบอกตัวเองทุกวัน ทุกชม. ทุกลมหายใจด้วยคำว่า"มันจำเป็นๆๆๆๆๆ"นัั้นน่ะ
มัน"จำเป็น"จริงๆ ...หรือแค่หลอกตัวเองไม่ให้ยอมรับความจริงอันโหดร้ายของชีวิตกันแน่
และถ้าท่านรู้ตัวว่า กำลังหลอกตัวเองอยู่ด้วยคำว่า"จำเป็น" 
ได้เวลาหรือยังที่จะค้นหาสิ่งที่"จำเป็น"จริงๆกับชีวิตเพื่อทุ่มเทให้กับมัน
...หรือจะทนใช้ชีวิตที่"จำเป็น"แบบ"จำใจ"ต่อไป?

ปล.ก่อนจะก้าวข้ามชีวิตแบบเก่า วางแผนให้ดีก่อนเปลี่ยน"ชีวิต"นะครับ
เพราะการวางแผนก่อนลงมือทำอะไร ก็ถือเป็นเรื่อง"จำเป็น"เหมือนกัน :)