จากใจจขบ.
ไดสุเกะเพื่อนชาวญี่ปุ่นมาถึงเมืองไทยเมื่อวาน
วันนี้เราเลยพาเที่ยวทั้งเยาวราช สะพานเหล็ก มาบุญครอง ยาวมาถึง เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ
ก่อนจะส่งกลับเมื่อราว22.30น.ที่ผ่านมา
พอมาดูบล้อคก็ดีใจมาก โอ้โห12 คอมเมนท์แน่ะ
หยิบดัชมิลค์รสบลูเบอรี่มาดื่มฉลอง
พอเปิดดูยอดวิวนมก็พุ่งพรวดออกจากปาก
"อ่ะเจ้ย 600 วิวมาได้ไงล่ะเนี่ย"
ถึงผมไม่รู้ว่ามีใครบ้างที่เข้ามาอ่าน
แต่ก็ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ และ ผมจะเขียนให้ดีที่สุดจนถึงบทส่งท้าย
บทในวันนี้คือเรื่องสุขภาพ บทถัดไปคือเรื่องของครอบครัวและการเลี้ยงดูลูก
และบทส่งท้ายที่มีชื่อว่า"ทางเลือก"(ซึ่งอาจจะมีหลายตอน)ครับ
ปล. ถึงแม้จะฟังแล้วโคตรละม้ายคล้ายขายตรงบางยี่ห้อ แต่ขอยืนยันนั่งยันนอนยันนะครับว่า
จขบ.ไม่ได้ทำขายตรงหรือชวนไปทำไอ้การตลาดเครือข่ายจริงๆ
ปัจจุบันใช้ดาร์ลี่แปรงฟัน ใช้สบู่อภัยภูเบศรล้างหน้า ใช้เคลียสระผม
อาหารเสริมคือสะเดาลวกจิ้มแจ่ว ดังนั้นถือว่าเคลียกันตรงนี้แล้วนะครับนะ(ฮา)
+++
---- บทที่3 สุขภาพ ----
พูดถึงสุขภาพ
เราห่วงใยมันครั้งล่าสุดกันเมื่อไหร่?
เมื่อเข็มตาชั่งตีกิโลไปไกลกว่าสมัยก่อน 3กิโล?
เมื่อเดินขึ้นบันไดแค่2ชั้นก็เหนื่อย?
...หรีอรู้ตัวเมื่อมันสายไปแล้ว!!
เท่าที่สังเกตดูมนุษย์เงินเดือนส่วนมาก
ความสำคัญชีวิตมักจะเรียงลำดับตามนี้
1.งานและเงิน
2.ครอบครัวและเพื่อนฝูง
3.เวลาส่วนตัวและไลฟ์สไตน์
4.สุขภาพ
ข้อ2-3 บางทีก็มีสลับกันบ้าง
แต่1กับ4นี่ค่อนข้างมั่นใจว่าชัวร์เป็นการส่วนตัว
ทำไมน่ะเหรอครับ?
เพราะรวมรุ่นทีไร เพื่อนๆมักจะอวดเสมอว่าเงินเดือนเพิ่มขึ้นอย่างโน้นอย่างนี้
ก่อนจะผลัดกันนินทาเจ้านายและบ่นเรื่องที่ทำงานกันอย่างออกรส
โดยระหว่างที่คุยก็แซวกันเป็นเรื่องปกติเลยว่า ...มึงอ้วนขึ้นนะเนี่ย
อะไรที่เราใส่ใจกับมันมากก็ต้องพัฒนาไปในทางที่"ดีขึ้น"
อะไรที่เราไม่ใส่มันก็ต้อง"แย่ลง"เป็นธรมดา
คำว่าใส่ใจสุขภาพนั้น ไม่ได้จบแค่การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว
มันมีทั้งหมด3มิติคือ
1.การกินอาหารที่ดี
2.การออกกำลังเป็นประจำ
3.การพักผ่อนให้เพียงพอ
โห ฟังแล้วง่ายเหมือนทำความดี ละเว้น ความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์เลย
....เอ๊ะ หรือยากพอกัน?
เรื่องแรกการกินอาหารที่ดี
ด้วยมาตรฐานชีวิตมนุษย์เงินเดือนเราต่างก็มีทางเลือกไม่มาก
เช้านี่ข้าวเหนียวหมูปิ้ง แซนด์วิชฟาร์มเฮ้าส์ ข้าวไข่เจียว ข้าวราดแกง
บางคนเกิดไปสายไม่ได้กินด้วยซ้ำ ควบเป็นมื้อเช้า+กลางวันเอาตอนเที่ยง
จนฝรั่งมีศัพท์แสลงว่าBlunch(Breakfast+lunch)
นั่นแสดงให้เห็นเลยว่าปัจจุบันเราเร่งรีบและมีทางเลือกน้อยเพียงใด
ยิ่งเราทำอาหารด้วยตัวเองมากเท่าไหร่เราย่อมได้ประโยชน์จากอาหารมื้อนั้นมากเท่านั้น
เหตุผลก็เพราะเราใส่ทุกอย่างที่เหมาะและดีกับเราได้เต็มที่ไม่ต้องงกไม่ต้องกั๊ก
แต่อาหารตามร้านนี่ส่วนหนึ่งของคุณค่าที่เราได้รับย่อมหลุดลอยไปกับกำไร
หรือบางส่วนก็หายไปเพราะทางร้านไม่ต้องการวุ่นวายมาก
ทำๆขายให้ลูกค้าเยอะๆดีกว่ามาดูแลเราเจ้าเดียว
ดังนั้นยิ่งเราจับตะหลิว เปิดเตาแก็สเองมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งดีต่อสุขภาพเรามากเท่านั้น
เซตอาหารเช้าที่อยากแนะนำเพราะทำง่ายก็เช่น
-สลัดผัก 1 ถ้วย คิดไม่ออกเอาผักกาดขาวสดหั่นๆคลุกกับน้ำสลัดครุสมหวังก็ได้
-โยเกิร์ต 1เสิร์ฟ เปิดฝาพร้อมทาน
-ไข่ลวก1ฟอง ต้มน้ำเดือดไว้ เอาไข่ใส่ รอ3นาที
-ขนมปังโฮลวีทสัก2แผ่น เปิดถุงกินได้เลย
-นมสักแก้ว เปิดขวดลิตร เทเลย
-ผลไม้เช่นส้ม แอปปิ้ลซักครึ่งผล ส้มนี่เวลาแกะเปลือกเฉลี่ยคือ1นาที กินอีก5นาทีต่อ1ลูก
-เบคอนหรือแฮมอีกซักแผ่น ไม่อยากทอดก็ต้มเอาก็ได้
เท่าที่ทดลองด้วยตัวเอง
ต้มน้ำก่อนแล้วคลุกสลัดผักตักเข้าปาก น้ำจะเดือดตอนสลัดหมดถ้วยพอดี
แบ่งน้ำบางส่วนมาลวกไข่ เอาแฮมหรือเบคอนต้มในน้ำที่เหลือ
หยิบนมเทใส่แก้วรอ แกะเปลือกส้ม
ไข่น่าจะจวนสุกแล้วกระเทาะใส่ถ้วยหรือแก้วเหยาะเครื่องปรุง
เอาเบคอนหรือแฮมออกจากหม้อต้ม หยิบขนมปังโฮลวีทมาแกล้ม รับประทานได้ทันที
หลังจากของคาวเสร็จก็ต่อด้วยโยเกิร์ตและผลไม้
ประโยชน์จากเมนูนี้มีมากแค่ไหน ก็ไม่ต้องทดลองหรอกครับ
ลองจินตนาการดูเองว่ากินเมนูที่ว่านี้ติดกันหนึ่งเดือน
กับซัดข้าวเหนียวกับหมูปิ้งหรือหมูทอดเจียงฮายตลอดหนึ่งเดือน
...ผลที่ได้จะต่างกันอย่างไร
ปัญหาหนึ่งของเมนูนี้คือตั้งแต่ขั้นตอนการทำจนถึงกินเสร็จ จะอยู่ที่ราว20นาที (รีบหน่อยก็15นาที)
หลายคนคงปวดขมับกันเลยเมื่อเมนูที่ดีกับร่างกายเช่นนี้ทำให้เราต้องออกจากบ้านเลทไปจากเดิม
และผมก็เข้าใจอย่างสุดซึ้งว่าการออกจากบ้าน 6.30น.กับออกจาบ้าน 6.50น.
การไปถึงที่ทำงานอาจจะเลื่อนจาก 8.30น. ไปเป็น9.10น.ก็เป็นได้
ดังนั้นคำแนะนำของผมมีเพียงอย่างเดียวคือ
นอนให้ไวขึ้นและตื่นเร็วขึ้นครึ่งชม.เพื่อมาทำอาหารเพื่อตัวเสีย
ถ้าไม่ทำเสียแต่วันนี้รออ่านผลลัพธ์ได้ในช่วงหลังๆครับ
อาหารมื้อกลางวันเรามีทางเลือกไม่มากเท่าใด
คำแนะนำคือหาข้าวราดแกงที่มีผักเป็นส่วนประกอบเยอะๆ แม้จะมีน้ำตาลและผงชูรส แต่ก็มีเส้นใย
ดีกว่ากินข้าวกะเพราที่มีแต่ข้าว เนื้อสัตว์ น้ำตาล(ที่ใส่ตอนปรุง) และผงชูรสพอสมควร
อาหารเย็นกว่าจะกลับมาถึงก็เหนื่อย
เมนูแนะนำก็สลัดผักแถวบ้าน(น่าจะมี) แม้จะมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบเยอะหน่อย
แต่ก็ดีกว่าบะมี่สำเร็จรูปหรือน้ำตกหมู ส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่างอยู่โขเลยนะครับ
หรือถ้าอยากลองก็หาเมนูอื่นๆที่คิดว่าดีต่อสุขภาพมาทำดู
ในเนทมีเมนูแบบนี้สอนอยู่เยอะครับ youtube เอย กูเกิ้ลเอย
ข้อมูลทั้งหมดนี้"ฟรี" เราต้องใช้ให้คุ้มครับ
ถัดจากอาหารมาก็เรื่องการออกกำลังกาย
เวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกายตามนาฬิกาชีวิตที่ผมโชว์ให้ดูเมื่อวานคือ 17.00-19.00น.
ช่วงเวลานี้ระบบการหมุนเวียนเลือดและระบบกล้ามเนื้อของเราทำงานได้ดีที่สุด
ซึ่งใครที่สามารถหาฟิตเนสใกล้ที่ทำงานได้ผมแนะนำว่าเลิกงานแล้วท่านจงไปเล่นโดยพลัน
ผลดีที่ท่านได้รับแน่ๆคือระบบต่างๆไม่ว่าการย่อย การขับถ่ายฯลฯ จะทำงานดีขึ้น
และความเครียดของท่านจะลดไปมหาศาล
ทำไมออกกำลังกายแล้วจึงหายเครียดน่ะเหรอ?
มีงานวิจัยของใครบอกมาว่าหากเราทำงานที่ใช่้สมองเพียงอย่างเดียวร่างกายจะเกิดความเครียดสะสม
เช่นเดียวกับการทำงานที่ใช้แรงงานเพียงอย่างเดียว
วิธีง่ายๆในการลดความเครียดคือให้ทั้งร่างกายและสมองได้ทำงานพอๆกัน
ผมไม่มีลิ้งค์ยืนยันนะ เพราะเรียนเรื่องนี้มานานมากแล้ว
แต่ใครสนใจก็ทดลองได้เลยครับ ได้ผลจริงๆ ฟันธง!
สำหรับบุคคลใดๆที่ไม่ได้เป้นสมาชิกฟิตเนสหรือต้องรีบกลับบ้าน
หายนะได้มาเยือนสุขภาพท่านแล้วกลายๆ
เพราะหากท่านกลับถึงบ้านช้ากว่า 19.30น.
ผมค่อนข้างมั่นใจว่าท่านต้องไม่ได้ออกกำลังกายแน่ๆด้วยเหตุผลหลักๆ2เหตุผล
1.ถ้าท่านทานข้าวท่านจะจุกจนออกกำลังไม่ไหว 2.ขี้เกียจ
ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ พวกเรามีเพื่อนร่วมชะตากรรมนับล้านทั่วไทย นับพันล้านทั่วโลก
หากท่านหาทางแก้ไขไม่ได้ และต้องทนอยุ่ในสภาพที่ไม่ได้ออกกำลังกายเลยเป็นเวลานานนับสิบปี
รออ่านผลลัพธ์ได้ในตอนท้ายอีกเช่นกันครับ
สุดท้ายเรื่องการพักผ่อน
ถ้าผมบอกว่า การที่คนเราจะนอนเมื่อง่วงและตื่นขึ้นมาเองเมื่อพักผ่อนเต็มที่
โดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุกนั้นเป็นเรื่องปกติของมนุษยชาติ
มีใครเชื่อที่ผมพูดบ้างไหมครับ?
...ดูแล้วไม่ค่อยมีคนเชื่อผมเลย เพราะ ผมได้ยินหลายคนเถียงในใจ
นาฬิกาปลุก3รอบยังไม่ค่อยจะตื่น แล้วนี่จะให้ตื่นโดยไม่ปลุก
...จขบ.แมร่งโม้แล้ว
ถ้าไม่เชื่อกันศุกร์-เสาร์นี้ ให้ทดลองดูครับ
ทันทีที่เริ่มง่วงแม้แต่นิดเดียว
ให้ปิดคอมแล้วหลับตานอนเลย
ถ้าเรานอนทันทีที่ร่างกายบอกว่า"ง่วงว่ะนอนเถอะ"
เราจะหลับได้ภายในเวลาไม่เกิน15นาที
หากผมเดาไม่ผิดเวลาง่วงของแต่ละคนน่าจะอยู่ที่ราวๆ21.00-23.00น.
และคงตื่นได่้เองราว5.50-6.10 ช้าที่สุดไม่น่าเกิน 7 โมง
(ร่างกายคนเราต้องการพักผ่อนราว 7-9 ชม.ก็เพียงพอ)
นอกจากตื่นเช้าแล้ว วันนั้นยังสดชื่นไปทั้งวันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หากใครหั่นเวลานอนจนเหลือ4ชม.เพราะเอามาเล่นเน็ท ดูซีรี่ย์ หรือทำอะไรก็แล้วแต่
ไปดูผลลัพธ์ กันได้ในย่อหน้าถัดไปเลยครับ
วงจรนรกทางสุขภาพของมนุษย์เงินเดือนคือ
1.ทานอาหารที่ด้อยคุณภาพ - ก่อให้เกิดอ้วนก่อนจะตามมาด้วย โรคเบาหวาน ความดัน และหัวใจ
2.ไม่ออกกำลังกาย - ระบบกล้ามเนื้อ ไหลเวียนโลหิต ย่อยอาหาร ฯลฯทำงานด้อยประสิทธิภาพลง
3.นอนไม่เต็มอิ่ม - ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง หายป่วยช้า กล้ามเนื้อไม่ฟื้นฟู สมองล้า ไม่สดชื่น
หากเอาทุกข้อมารวมกันเราก็จะได้
"มนุษย์เงินเดือนที่อ้วนเป็นโรคเบาหวาน ความดัน และหัวใจ ระบบกล้ามเนื้อ ไหลเวียนโลหิต ย่อยอาหาร ฯลฯทำงานด้อยประสิทธิภาพ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง หายป่วยช้า กล้ามเนื้อไม่ฟื้นฟู สมองล้า ไม่สดชื่น"
...ฟังดูแล้วโคตรน่าอภิรมย์
โรคหัวใจคงไม่ต้องบอก)
อาส์...วันนี้กลายเป้นบล้อคสุขภาพเต็มตัว แต่เอาน่ะนานๆที
ที่ยกเรื่องของสุขภาพมาพูดนั้นเพราะมนุษย์เงินเดือนมีทางเลือกไม่มากนัก
เหตุผลหลักคือไม่มีเวลา(ตามที่เขียนไว้ในเอนทรี่ที่แล้ว)
และนั่นก็เป็นเรื่องโคตรน่าเศร้า
ที่หลายเงินเก็บเงินได้เป็นล้าน
"แต่"
เขมือบเค้กให้อร่อยตามใจปากไม่ได้เพราะเบาหวานรับประทาน
จะใส่กางเกงทีจะเดินไปไหนมาไหนก็ต้องอึดอัดเพราะเป้นโรคอ้วน
ซึ่งมีผลมาจากการกินไม่ดีและการไม่ออกกำลังกายของตนนั้นเอง
คนไหนเรียนพุทธน่าจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า
"อโรคา ปรมา ลาภา - ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ"
แล้วลาภอันประเสริฐนี้ควรจะมีราคาเท่าใดดีละ?
ถ้าสมมติมีคนเสกให้คุณหุ่นแสลนเดอร์ซิกแพ็คสุขภาพแข็งแรงได้ในพริบตาคุณจะจ่ายเท่าไหร่?
แสน? สองแสน? ล้าน? สิบล้าน?
...ราคาที่ให้น้อยและมากนี่ละที่บ่งบอกว่า
คุณเห็นความสำคัญกับสุขภาพแค่ไหน
แล้วสุขภาพที่มีราคามหาศาลขนาดนี้
ถ้าเรามีโอกาสเลือก
งานบางอย่างทำใกล้บ้านแต่เงินเดือนน้อยหน่อย
กับงานไกลบ้านเงินเดือนมากกว่ากันไม่กี่พัน
มันคุ้มจริงเหรอที่เรายอมเสียเวลาดูแลสุขภาพของเราไป
...เพื่อเงินจำนวนนี้?
+++
ปล.เรื่องการนอนหลับจะเจาะลึกอีกทีในโอกาสหน้าเพราะมีประเด็นที่น่าสนใจในเรื่องนี้เยอะมาก
หลังจากค้นคว้ามา
edit @ 10 Jan 2012 00:44:06 by 2521luck
edit @ 10 Jan 2012 00:49:30 by 2521luck
edit @ 10 Jan 2012 01:17:21 by 2521luck
เพื่อนผมมีคนนึงทำงานในอินเตอร์เน็ตอ่ะครับ(งานถูกกฏหมายนะครับ) เดือนนึงได้3หมื่น ตกอาทิตย์นึงก็7ชม
แต่เพื่อนคนนั้นมันเก่งด้านคอมมากๆ มันเคยแฮคเงินคนอื่นทีนึงได้หลายหมื่น มันบอกไม่ทำแล้วเพราะกลัวโดนจับ
คือผมเรียนเพิ่งจบน่ะครับยังไม่ได้ทำงานหรอก โดยส่วนตัวแล้วอยากเป็นนักเขียนแบบระดับสูงน่ะครับ รายได้กับเวลาว่างน่าจะดี ก็เลยพยายามอยู่
#1 By dreammagicz on 2012-01-10 00:53